Kangwal Fanpage
dot
ค้นหาทัวร์


  [Help]
dot
แพ็คเกจท่องเที่ยวไทย AEC
dot
dot
bulletทัวร์กัมพูชา
bulletทัวร์เกาหลี
bulletทัวร์จอร์แดน
bulletทัวร์จีน
bulletทัวร์ญี่ปุ่น
bulletทัวร์ดูไบ
bulletทัวร์ไต้หวัน
bulletทัวร์ไทย
bulletทัวร์เนปาล
bulletทัวร์บรูไน-ออสเตรเลีย
bulletทัวร์อินโนนีเซีย ทัวร์บาหลี
bulletทัวร์พม่า
bulletทัวร์ฟิลิปปินส์
bulletทัวร์ภูฏาน
bulletทัวร์มาเก๊า
bulletทัวร์ฮ่องกง
bulletทัวร์สิงคโปร์
bulletทัวร์มาเลเซีย
bulletทัวร์อินเดีย
bulletทัวร์ลาว
bulletทัวร์อียิปต์
bulletทัวร์มัลดีฟส์
bulletทัวร์เวียดนาม
dot
ทวีปยุโรป
dot
bulletทัวร์ยุโรป
bulletทัวร์รัสเซีย
bulletทัวร์โครเอเชีย
bulletทัวร์โมร็อคโค
bullet ทัวร์จอร์เจีย
bulletทัวร์ตุรกี
bulletทัวร์อังกฤษ
ทัวร์แอฟริกา
ทัวร์ออสเตรเลีย
Photo Trip


LINE@


Japan Night View แนะนำ 6 เมืองที่ชม “วิวกลางคืน” ได้สวยที่สุดในญีปุ่น article

 

Japan Night View แนะนำ 6 เมืองที่ชม “วิวกลางคืน” ได้สวยที่สุดในญีปุ่น

1 นางาซากิ inasayama

1. เมืองนางาซากิ จังหวัดนางาซางิ

วิวกลางคืนของจังหวัดนางาซากินั้น ได้รับการรับรองว่าเป็นวิวกลางคืนแห่งใหม่ที่สวยติด 1 ใน 3 ของโลกเทียบเท่ากับฮ่องกงและโมนาโก วิวกลางคืนของจังหวัดนางาซากิมีอีกชื่อหนึ่งว่า “วิวสิบล้านดอลลาร์” ไฟจากบ้านเรือนต่าง ๆ ที่อยู่บนภูมิประเทศที่ลาดเอียงค่อย ๆ ไหลลงไปสูงตรงท่าเรือทำให้เกิดมุมมองที่เป็นมีมิติ โดยสามารถมองได้จากหลาย ๆ มุม

จุดชมวิวกลางคืนบน เขาอินาสะ นั้นเป็จุดชมวิวกลางคืนอันทรงคุณค่าและสามารถเดินทางไปได้ด้วยโรปเวย์ ส่วนทางขึ้นโรปเวย์นั้นอยู่ในศาลเจ้านะครับและตั้งแต่เปิดใช้มายังไม่เคยเกิดอบุติเหตุแม้แต่ครั้งเดียวอาจะเป็นเพราะได้รับการคุ้มครองจากศาลเจ้าก็เป็นได้

นอกจากนี้อีก 3 ปีถัดจากนี้จะมีการปรับปรุงจุด 10 จุดในเมืองเพื่อเป็นจุดชมวิวกลางคืน โดยในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ ได้ทำการจัดไลท์อัพในเกาะเดะจิมะซึ่งเป็นช่องทางการติดต่อต่างประเทศพียงจุดเดียวของญี่ปุ่นสมัยปิดประเทศเมื่อ 200 ปีที่แล้ว

เกาะฮาชิมะ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในเดือนกรกฎาคม 2015 ซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งว่า “กุนคังชิมะ (เกาะเรือรบ)” เนื่องจากมีลักษณะคล้ายเรือรบโดยเริ่มจากมีการทำเหมืองถ่านหินซึ่งในขณะนั้นมีประชากรอาศัยอยู่ราว ๆ 5,300 คนแต่ในปี 1974 ก็กลายเป็นเกาะร้าง โดยเป็นโมเดลของ “Dead City” ในฉากหนังดัง 007 (Sky fall) โดยในเดือนเมษายน 2009 นั้นได้เปิดเส้นทางท่องเที่ยวบนเกาะซึ่งในขณะนี้มีนักท่องเที่ยวมาเยือนเกาะแล้วกว่า 1 ล้านคนโดยจะมีเรือออกไปเกาะทุกวันและสามารถที่จะท่องเที่ยวในเส้นทางที่ปลอดภัยบนเกาะเพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ของเกาะได้

สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการเดินทางท่องเที่ยว ก็คือ “อาหาร” นั่นเอง จังหวัดนางาซากิได้รับความหลากหลายของวัฒนธรรมอาหารจากต่างประเทศมาเป็นเวลานานทำให้พวกเรามีวัฒนธรรมอาหารที่มีเอกลักษณ์และเฉพาะตัว เช่น จัมปง ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนหรือ อาหารชิปโปกุ ซึ่งเป็นอาหารไคเซกิแบบญี่ปุ่นที่มีการผสมองค์ประกอบทั้งจีนและตะวันตกเข้าด้วยกัน หรือจะเป็น เค้กคัสเตลลา ขนมเลื่องชื่อที่มาถิ่นกำเนิดจากโปรตุเกส นอกจากนี้ เนื้อวากิวของนางาซากิและอาหารทะเลสดใหม่ที่เป็นที่โปรดปรานสำหรับนักชิมจากทั่วโลก


2 APA Hotels and Resort Joetsu Myoko

2. เมืองเมียวโกะ จังหวัดนิอิกะตะ

APA รีสอร์ทโจเอ็ทซึเมียวโกะ ตั้งอยู่ในเมืองเมียวโกะ จังหวัดนิอิกะตะเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติและล้อมรอบไปด้วยภูเขา โดยสามารถเดินทางจากสถานีโตเกียวด้วยโฮคุริคุชินคันเซ็น ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็จะมาถึงสถานีโจเอ็ทซึเมียวโกะ  ซึ่งเป็นสถานีที่ใกล้ที่สุด

โดยบริเวณรอบ ๆ เป็นแหล่งที่พักตากอากาศและบ่อออนเซ็นที่มีชื่อเสียง โดยสามารถผ่อนคลายเมื่อเข้าพักที่ APA รีสอร์ทโจเอ็ทซึเมียวโกะโดยภายในรีสอร์ทมีสิ่งอำนวยความสะดวกเช่น บ่อออนเซ็น สนามกอล์ฟ กิจกรรมปั่นจักรยาน กิจกรรมตกปลา เทนนิส ฟุตบอล และกิจกรรมอีกหลากหลายเตรียมไว้ต้อนรับแต่ทว่าโรงแรมและรีสอร์ทของเราไม่ได้มีแค่ความสวยงามของธรรมชาติในฤดูร้อนเท่านั้น ในเวลากลางคืนยังมีวิวทิวทัศน์ที่ตระการตาซึ่งนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากทั่วประเทศเดินทางมาที่นี่เพื่อเยี่ยมชมสิ่งนี้

อิลลูมิเนชั่นอีเวนต์นี้จัดขึ้นเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เริ่มในช่วงฤดูร้อนจนถึงฤดูใบไม้ร่วงโดยทางเราใช้พื้นที่ของสนามกอล์ฟทั้งหมดในการทำ ชื่ออีเวนต์คือ “Myoko Happiness Illumination” มังกรคู่ผู้สาดแสงแห่งความสุขโดยโปรดิวเซอร์ของอิลลูมิเนชั่นทั้งหมดนี้คือ คุณ มารุมารุ โมโตะโอะประธานของ Yakei Con-vention and Visitor Bureau

ลักษณะเด่นของอิลลูมิเนชั่นนี้คือ ใช้หลอดไฟ LED ถึง 1,600,000 หลอดและในปี 2015 ได้รับการรับรองจากกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดสว่าเป็นภาพบนพื้นดินที่สร้างด้วยหลอดไฟ LED มากที่สุดนอกจากนี้ยังเป็นการบอกเล่า “ตำนานแห่งมังกร” ของเมืองเมียวโกะอีกด้วย ซึ่งใบหน้ามังกรจะแตกต่างกันเมื่อมองมาจากคนละทิศ มุมมองจากด้านบนจะเห็นเป็น “มังกรร่อนลงดิน” มุมมองจากด้านล่างจะเห็นเป็น “มังกรเหินขึ้นฟ้า” มีการโปรแกรมการแสงสีที่ทำให้ท่านสามารถสนุกสนานเพลิดเพลินกับมังกรหลาย ๆ แบบและยังมีการแสดงแสงสีอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก


3 Sapporo_ TV Tower

3. เมืองซับโปโร จังหวัดฮอกไกโด

ซัปโปโร เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในฮอกไกโด นอกจากนี้ยังได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 3 เมืองที่มีวิวไฟกลางคืนสวยที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย เทศกาลหิมะซัปโปโรที่จัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์นั้นก็มีหิมะสูงถึง 15 เมตรเลยทีเดียว รวมทั้งยังมี การแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติ ที่มีทีมจากหลายประเทศทั่วโลกเข้าร่วมการแข่งขันโดยทีมจากประเทศไทยชนะรางวัลถึง 6 ครั้ง นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีความหลากหลายและอุดมสมบูรณ์ของวัฒนธรรมการกินตั้งแต่เจงกีสข่าน (การรับประทานเนื้อแกะ) ไปจนถึงเบียร์ซัปโปโร

เราขอแนะนำจุดชมวิวไฟกลางคืน 2 จุดซึ่งเป็นตัวแทนของเมืองซัปโปโร ที่แรกคือจุดชมวิวบน ยอดเขาโมะอิวะ โดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเลที่ 531 เมตรโดยท่านสามารถเดินทางขึ้นไปบนยอดเขาได้ด้วยโรปเวย์และจากหอชมวิวสามารถมองเห็นได้รอบ 360 องศาโดยวิวจากด้านบนจะเห็นเป็นเหมือนอัญมนีส่องแสงเรืองรองจึงถูกเรียกว่า “กล่องอัญมนีทางตอนเหนือ” และในฤดูหนาวนั้นทั้งเมืองจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวบริสุทธิ์อันหนาวเย็นทำให้แสงที่ตกกระทบมีความสว่างไสวยิ่งขึ้นเกิดเป็นวิวไฟกลางคืนที่สวยงาม

จุดที่สองคือร้านอาหาร THE JEWELS ซึ่งโดยรอบสร้างด้วยกระจกใส ท่านสามารถเพลิดเพลินไปกับอาหารฝรั่งเศสในบรรยากาศสบาย ๆ เป็นที่นิยมสำหรับคนที่มีเป็นคู่และครอบครัวโดยต้องจองที่นั่งก่อนมารับประทานอาหาร แต่ที่ได้รับนิยมจากนักท่องเที่ยวคือซื้อเป็นเซ็ตกับโรปเวย์ มินิคาร์

3 sapporo_YAKEI

อีกที่หนึ่งที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ หอชมวิวของซัปโปโรทีวีทาวเวอร์ ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของสวนโอโดริกลางเมืองซัปโปโร โดยมีความสูงจากพื้นดิน 90 เมตร สามารถชมวิวไฟกลางคืนของสวนโอโดริได้ทั้งหมด โดยในฤดูหนาวนั้นจะมีงานเทศกาล ซัปโปโรไวท์อิลลูมิเนชั่น และ เทศกาลหิมะซัปโปโร  สามารถชมโปรเจคชั่นแมปปิ้งที่ผสมผสานไปกับวิวไฟกลางคืนจากหอชมวิวด้านบน หิมะที่ตกลงมาทำให้ตัวทีวีทาวเวอร์ขาวโพลนตัดกับแสงไลต์อัพกลางเมืองซัปโปโรซึ่งเป็นวิวที่สวยงามมาก

นอกจากนี้ยังมีสถานที่อื่นที่ท่านสามารถชมวิวไฟกลางคืนในซัปโปโรได้อีก ห้องชมวิว T-38 ที่ตั้งอยู่ใน JR ทาวเวอร์ของซัปโปโร ด้วยความสูง 160 เมตรจากพื้นดิน สามารถมองวิวโดยรอบได้ทั้งหมด ด้านบนจะมีร้านกาแฟที่ท่านสามารถนั่งจิบกาแฟผ่อนคลายและชมวิวไฟกลางคืนไปพร้อม ๆ กัน

สวนชิโระอิโคะอิบิโตะ ของฝากอันเป็นที่เลื่องชื่อของฮอกไกโด ที่นี่สามารถเข้าคลาสลองทำขนมได้ โดยในฤดูหนาวนั้นจะมีการแสดงอิลลูมิเนชั่นในเวลากลางคืนซึ่งจะให้บรรยากาศที่แตกต่างกับกลางวัน

ชิงช้าสวรรค์โนเรีย ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ในใจกลางย่านซุซุกิโนะของเมืองซัปโปโร สามารถมองเห็นวิวไฟกลางคืนของกลางเมืองซัปโปโรได้ทั้งหมดท่านสามารถไปช๊อปปิ้งและทานอาหารเย็นก่อนมาชมวิวก็ได้เพราะว่าชิงช้าสวรรค์โนเรียเปิดให้บริการถึงเวลาดึก

นอกจากนี้ยังมีโรงแรมที่ท่านไม่เพียงเห็นวิวไฟกลางคืนจากห้องพักส่วนตัวเท่านั้น ยังมีโรงแรมที่มีภัตตาคารหมุนลอยฟ้า สามารถมองเห็นวิวได้ในมุม 360 องศารวมทั้งสปาที่สามารถชมวิวไฟกลางคืนได้อีกด้วย สุดท้ายนี้ที่ซัปโปโร ยังมีเมืองออนเซ็นชื่อว่า โจซังเค  สามารถผ่อนคลายไปกับออนเซ็น และที่นี่มีอีเวนต์ที่แสดงวิวไฟกลางคืนอันสวยงามในแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นอีกด้วย


4 Enoshima_Fujisawa

4.  เมืองฟูจิซาวะ จังหวัดคานากาวะ

ขอแนะนำ “อัญมณีแห่งโชนัน” ตั้งอยู่ที่เกาะเอะโนะชิมะ จังหวัดคานากาวะ ที่ได้รับรางวัลอิลลูมิเนชั่นอวอร์ดในลำดับต้นๆอยู่เสมอ ที่เมืองฟูจิซาวะ สามารถมองเห็นวิวของทะเลโชนัน และภูเขาไฟฟูจิอันสวยงามได้ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อุดมไปด้วยธรรมชาติและกิจกรรมการพักผ่อนริมทะเล และยังตั้งอยู่ถัดจากเมืองคามาคุระ ซึ่งเป็นเมืองที่มีมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของซามูไร โดยจำนวนตัวเลขของนักท่องเที่ยวที่มาเยียมชมเมืองทั้งสองในแต่ละปีนั้นมากกว่า 40 ล้านคน จึงจัดเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวชั้นเลิศของญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะหลัง ๆ ได้รับความนิยมอย่างมากในการใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และรายการทีวี

“อัญมนีแห่งโชนัน” 1 ใน 3 อิลลูมิเนชั่นที่สวยที่สุดแห่งภูมิภาคคันโต เมื่อเดินตามทางบริเวณด้านล่างของ ประภาคารเอะโนะชิมะซีแคนเดิล มีการประดับอิลลูมิเนชั่น ทำให้รู้สึกว่าเหมือนอยู่ภายใต้พื้นที่ขนาดใหญ่ที่ห้อมล้อมไปด้วยแสงไฟ โดยแต่ละบริเวณก็จะให้ความรู้สึกที่ต่างกัน นอกจากนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวิวกลางคืนของญี่ปุ่นและเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า วิวกลางคืนแห่งโชนัน อีกด้วย


5 ashikaga 02

5. เมืองอาชิคางะ จังหวัดโทชิงิ

เมืองอาชิคางะ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดโทชิงิ มีประชากรราว 150,000 คน ห่างจากโตเกียวเป็นระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตรซึ่งใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 60 นาที ไม่ว่าจะใช้รถไฟหรือว่ารถส่วนตัวก็สะดวก

เมืองอาชิคางะเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่า สร้างขึ้นด้วยแสงไฟ โดยตลอดปีจะมีงานอีเวนต์ที่เกี่ยวกับการจัดแสดงแสงไฟอยู่เสมอ และมีการพัฒนาการจัดแสดงแสงไฟให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากศาลเจ้าและวัดต่างๆ ที่มีอยู่ในเมือง สร้างอีเวนต์ชมวิวไฟกลางคืนโดยที่ผู้มาท่องเที่ยวสามารถมีส่วนร่วมได้ เช่นที่ วัดบันนะจิ ซึ่งได้รับการจัดให้เป็นสมบัติของชาติ ใช้ชื่องานว่า “อาชิคางะ ค่ำคืนที่เต็มไปด้วยตำนานพื้นบ้าน” ซึ่งเป็นอีเวนต์ชมวิวไฟกลางคืนแบบใหม่ที่ใช้เงาจากภาพวาดในการแสดงแสง โดยมีโคมไฟแบบญี่ปุ่นที่ได้รับการออกแบบโดยใช้ผ้าทออันเลื่องชื่อ อาชิคางาเมเซน ซึ่งใช้ในการทำอุตสาหกรรมกิโมโนมาสร้างเป็นโคมไฟที่มีลวดลายอันงดงามตั้งประดับตกแต่งตามถนนรอบเมือง

นอกจากนี้ยังมีสถานที่ 2 แห่งที่ได้รับการรับรองให้เป็นมรดกทางทิวทัศน์ไฟกลางคืนของญี่ปุ่น โดยสถานที่แรกก็คือ สวนโอริฮิเมะ แห่งศาลเจ้าโอริฮิเมะอะชิคะกะ ที่ได้รับการขึ้นเป็นมรดกวิวไฟกลางคืนแบบธรรมชาติของญี่ปุ่น ภายในสวนสาธารณะจะจัดแสงให้มีความสว่างเพียงพอและมีเส้นทางเดินป่าที่มีวิวน่าชมหลายเส้นทาง ศาลเจ้าโอริฮิเมะยังเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองอาชิคางะซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นศาลเจ้าในการขอพรเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจการค้าและความรักถูก นอกจากนี้ยังถูกเรียกว่า “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของคู่รัก”

ตัวศาลที่มีการไลท์อัพและวิวชมไฟกลางคืนที่มีความแตกต่างกันในที่ที่เดียวทำให้ได้รับการรับรองให้เป็นจุดชมวิวกลางคืนอันทรงคุณค่า และในปีนี้พระจันทร์ที่มองจากศาลเจ้าโอริฮิเมะนั้น ได้ถูกรองรับให้เป็นพระจันทร์ร้อยดวงของญี่ปุ่น ซึ่งภายในเมืองอาชิคางะเองก็เป็นจุดชมวิวกลางคืนที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด โดยจากตัวศาลเจ้าสามารถเห็นวิวไฟกลางคืนที่สวยงามของทั้งตัวเมืองจนไปถึงโตเกียวในแบบพาโนรามา 180 องศา

5 ashikaga Frower Park (1)

สถานที่ต่อมา คือ สวนดอกไม้อาชิคางะ ที่ได้รับการขึ้นเป็นมรดกวิวไฟกลางคืนแบบไลท์อัพของญี่ปุ่น สวนดอกไม้แห่งนี้เป็นสถานที่เดียวในประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับเลือกจากสถานีโทรทัศน์ CNN ให้เป็น 1 ใน 10 สถานที่ท่องเที่ยวในฝันประจำปี 2014

สวนดอกไม้อาชิคางะเป็นสวนดอกไม้ญี่ปุ่นในรูปแบบสวนสนุกอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น โดยในปี 2016 มีจำนวนผู้เข้าชมมากกว่า 1,500,000 คน ซึ่งเป็นจำนวนผู้เข้าชมมากที่สุดสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแบบสวนพฤกษศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนเมษายนและพฤษภาคม มีผู้เข้าชมตำนานแห่งดอกวิสทีเรียเป็นจำนวนถึง 640,000 คน

โดยมีดอกวิสทีเรียใหญ่บานไปทั่วบริเวณถึง 10,000 ตารางเมตร รวมถึงอุโมงค์ดอกวิสทีเรียสีขาว และวิสทีเรียพันธุ์คิบานะ ที่มีความยาวถึง 80 เมตร สวนดอกไม้อาชิคางะเปิดในปี 1997 เริ่มจากภายในสวนปลูกดอกวิสทีเรียใหญ่จำนวน 350 ต้น

สำหรับการบานของดอกวิสทีเรียนั้นจะเริ่มที่ สีชมพู สีม่วง และสีขาวตามลำดับ นอกจากนี้ที่สวนยังมีดอกวิสทีเรียพันธุ์คิบานะซึ่งเป็นพันธุ์ที่เพาะยากให้ชมเป็นเวลาถึงเดือนกว่า ๆ อีกด้วย การไลท์อัพดูวิสทีเรียกลางคืนนั้นจะช่วยดึงความงามของดอกวิสทีเรียออกมาได้อย่างงดงามที่สุด ซึ่งความรู้สึกจะแตกต่างกับการชมในช่วงกลางวัน โดยภาพสะท้อนของดอกวิสทีเรียที่สะท้อนกับผิวน้ำนั้นยิ่งเพิ่มความสวยงามที่ตรึงตาตรึงใจมากขึ้น โดยในระยะหลังนี้มีผู้มาชมความงามของดอกวิสทีเรียในช่วงกลางคืนเพิ่มขึ้น เมื่อดอกวิสทีเรียถูกลมกลางคืนพัดจะมีได้กลิ่นหวานอ่อนๆแตะจมูก

ตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงจนไปถึงฤดูหนาวจะจัดอีเวนต์ที่ชื่อว่า “สวนดอกไม้แห่งแสง” การแสดงอิลลูมิเนชั่นนั้นเริ่มจากเมืองอาชิคางะในปี 2011 ซึ่งได้รับการรับรองให้มรดกวิวไฟกลางคืนของญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมาก็ได้รับการจัดให้เป็นจุดชมวิวไฟกลางคืนอันทรงคุณค่าของญี่ปุ่น และได้รับรางวัลในสาขาอิลลูมิเนชั่นในอันดับต้น ๆ เสมอมา

โดยในปี 2014 ชนะรางวัลที่ 1 สาขาอิลลูมิเนชั่นทั่วประเทศ และในปี 2016 เป็นผู้ชนะหนึ่งเดียวในสาขาเดียวกัน เริ่มแรกเกิดจากการพยายามสร้างดอกไม้ด้วยแสงไฟในฤดูที่ดอกไม้บานน้อย หลังจากนั้นก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกปี โดยในปี 2017 ใช้จำนวนหลอด LED ถึง 4,000,000 หลอดเพื่อสร้างอิลลูมิเนชั่นดอกไม้หลากสีในแต่ละฤดู

6 Izu Granpal Amusemenl Park

6.  จังหวัดชิซุโอกะ ที่ตั้งของภูเขาไฟฟูจิ

จังหวัดชิซุโอกะ ตั้งอยู่ระหว่างโตเกียวและนาโกย่า ดังนั้นในบริเวณที่ตั้งจึงเป็นที่ตั้งของแหล่งออนเซ็นและบ้านพักตากอากาศที่มีชื่อเสียงอยู่รายรอบ ภายในสวนสามารถเดินทางชมให้ครบทั้งหมดได้ด้วยรถยนต์ใน 5 นาที

มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง อาทิ “สวนสัตว์อิซุชาโบะเท็น” เป็นสวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์ ที่ทางโทรทัศน์มักจะหยิบยกขึ้นมาพูดถึง “อุทยานทางทะเลอิซุ” จุดดำน้ำแห่งแรกของประเทศญี่ปุ่น  “สวนดอกไม้ 4 ฤดูอิซุ”  มีดอกไม้สวยงามมากมาย และมีกำหนดจะเปิดในพิพิธภัณฑ์ New York Lamp  “สวนอิซุกุรันปารุ” เป็นสวนสนุกที่มีเครื่องเล่นหลากหลายที่ทำให้ท่านสนุกจนหยุดหัวเราะไม่ได้

“แกรนด์อิลลูมิ” ตั้งอยู่ใน สวนสาธารณะอิซุกุรันปารุ สร้างขึ้นด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าเราสรรค์สร้างสิ่งที่สวยงามผู้ชมจะหลั่งไหลเข้ามาชมเอง ทำให้ในซีซั่นที่ 1 มีผู้เข้าชมถึง 250,000 คน ซีซั่นที่ 2 ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเป็น 280,000 คน  และสำหรับในซีซั่นที่ 3 ช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าชมในจำนวนเพิ่มมากขึ้น

ความสามารถในการดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างคาดไม่ถึงของ “แกรนด์อิลลูมิ” เป็นการปฏิวัติการท่องเที่ยวไม่เฉพาะของเมืองอิโตยังรวมไปถึงจังหวัดชิซุโอกะอีกด้วย โดยได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1 สำหรับอิลลูมิเนชั่นขนาดใหญ่ทั่วประเทศ! จากเว็บไซต์ “วอล์คเกอร์พลัส” ซึ่งเป็นเว็บไซต์ข้อมูลยอดนิยมสำหรับการไปเที่ยวและอีเวนต์ นอกจากนี้ยังมีการจัดโปรโมชั่นเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ CTS  ซึ่งเป็นวงที่ทำคลับมิวสิคได้ใช้แกรนด์อิลลูมิเป็นเวทีแสดงและทำเพลง Dreem Illuminations วางจำหน่าย นอกจากนี้การแสดงสดต่าง ๆ และการแสดงดอกไม้ไฟก็ยังได้การตอบรับเป็นอย่างดี

 

จุดเด่นของแกรนด์อิลลูมิคือ เป็นอิลลูมิเนชั่นที่ผู้ชมสามารถสนุกไปกับกิจกรรมอันหลากหลายได้ เช่น สามารถโหนสลิงและมองเห็นอิลลูมิเนชั่นจากมุมด้านบนหรือ “ไนท์ เรนโบว์” สไลเดอร์ยาวที่บางทีต้องรอถึง 2 ชั่วโมงถึงจะได้เล่นและยังมีความสนุกต่าง ๆ อีกมากมายซึ่งทำให้มากี่ครั้งก็ไม่เบื่อ สำหรับแกรนด์อิลลูมินั้นมีการออกแบบการแสดงแสงสีใหม่ ๆ ในแต่ละซีซั่นโดยในซีซั่นที่ 1 และ 2 นั้นก็มีการแสดงแสงสีที่ไม่เหมือนกัน และสำหรับ ซีซั่นที่ 3 ที่จะเริ่มในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2017 มีการเตรียมออกแบบอิลลูมิเนชั่นใหม่ ๆ ไว้สำหรับนักท่องเที่ยว




Knowledge

30 ไอเดียการจัดองค์ประกอบภาพให้ดูน่าสนใจ
หมู่บ้านกังหันลม (zaan schan)
KOCHIA CARNIVAL 2017 article
16 คำศัพท์ที่หลายคนคิดว่าความหมายเหมือนกัน แต่ความจริงมันไม่ใช่ article
6 ร้าน ห้ามพลาด กินช้อป ที่ สิงคโปร์ article
สาระน่ารู้ก่อน เที่ยว อียิปต์ article
คำแนะนำสำหรับผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่องบิน article
4 ฤดูกาลญี่ปุ่น article
ทำพาสปอร์ตวันเสาร์ได้แล้ว! @ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ article
ท่องเที่ยวประเทศลาว article