เที่ยวไปทั่วเวียดนาม ตอนที่ 4 อลังการงานวิจิตรพระราชสุสานจักรพรรดิไคดิงห์

  • หน้าหลัก
  • บทความ
  • เที่ยวไปทั่วเวียดนาม ตอนที่ 4 อลังการงานวิจิตรพระราชสุสานจักรพรรดิไคดิงห์
mascot

เที่ยวไปทั่วเวียดนาม ตอนที่ 4 อลังการงานวิจิตรพระราชสุสานจักรพรรดิไคดิงห์

เที่ยวไปทั่วเวียดนาม ตอนที่ 4 อลังการงานวิจิตรพระราชสุสานจักรพรรดิไคดิงห์

ชื่นชมความงดงามแห่งอดีตอันยิ่งใหญ่ของพระราชวังต้องห้ามแล้วก็มาเชื่อมประวัติศาสตร์กันต่อ ราชวงศ์เหงียนมีกษัตริย์ครองราชย์ทั้งสิ้น 13 พระองค์แต่กลับมีพระราชสุสานเพียง 7 พระองค์ นั่นเพราะหลายพระองค์ได้เสด็จสวรรคตในต่างแดน จักรพรรดิไคดิงห์ทรงครองราชย์เป็นกษัตริย์ลำดับที่ 12 แห่งราชวงศ์เหงียน ขึ้นครองราชย์เมื่อปี พ.ศ.2459 และได้ทรงเริ่มสร้างพระราชสุสานของพระองค์เองในปี พ.ศ. 2464 แต่สร้างยังไม่ทันสำเร็จพระองค์ทรงสวรรคตเสียก่อนในปี พ.ศ. 2468 เจ้าชายเบ๋าได๋ผู้เป็นโอรสได้ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระราชบิดาเป็นจักรพรรดิองค์ที่ 13 จึงทรงสร้างต่อจนสำเร็จในปี พ.ศ. 2475 รวมใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 11 ปี เมื่อจักรพรรดิไคดิงห์ยังมีพระชนม์อยู่นั้นพระองค์ไม่เป็นที่ชื่นชอบของประชาชนนัก เพราะพระองค์ฝักใฝ่ฝรั่งเศสและยังใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือย ในขณะที่ประชาชนกำลังยากลำบาก ดังนั้นเมื่อฝรั่งเศสคืนอำนาจถอนตัวออกไปจากเวียดนามแล้ว รัฐบาลก็ไม่ได้ใส่ใจให้ความสำคัญกับพระราชสุสานของพระองค์ปล่อยทิ้งรกร้างทรุดโทรมไป ในภายหลังจึงได้ทำการบูรณะพัฒนาให้กลายเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองเว้

สุสานจักรพรรดิไคดิงห์ ซึ่งเป็น 1 ในพระพระราชสุสานทั้ง 7 แห่งของเมืองเว้ และเป็นสุสานจักรพรรดิเพียงแห่งเดียวที่มีความโดดเด่นในสถาปัตยกรรมและศิลปที่ผสมผสานระหว่างยุโรปและจีน เกิดเป็นความอลังการงดงามแปลกตานอกจากนี้ยังเป็นพระราชสุสานเดียวที่ก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กต่างจากพระราชสุสานอื่นที่สร้างด้วยไม้และหิน พระองค์ทรงเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายที่มีพระราชสุสาน เพราะจักรพรรดิ์เบ๋าได๋ที่ขึ้นครองราชย์ต่อจากจักรพรรดิไคดิงห์ผู้เป็นพระราชบิดานั้นถูกล้มล้างระบอบกษัตริย์จึงได้เสด็จไปพำนักยังฝรั่งเศสและสวรรคตที่นั่น

พระราชสุสานถูกสร้างขึ้นบนภูเขาที่มีความสูงชันต้องสกัดหินภูเขาเข้าไปเป็นชั้น ๆ ถึง 5 ระดับ และได้รับการออกแบบถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยทุกประการคือหลังพิงเขาหน้าติดน้ำ ซึ่งถ้าขึ้นไปบนพระราชสุสานจะเห็นว่าด้านหลังเป็นภูเขาสูงส่วนด้านหน้ามองออกไปจะเห็นทิวเขาเขียวขจีสลับซับซ้อนสวยงามมีธารน้ำไหลผ่านไปตามหุบเขา พระราชสุสานแบ่งเป็น 5 ระดับจากริมถนนจะมีบันไดมังกรและประตูเหล็กหล่อลวดลายยุโรปสวยงาม เมื่อเดินขึ้นไปก็จะเป็นลานกว้างมีอาคารซ้ายขวาซึ่งดัดแปลงเป็นร้านขายเครื่องดื่มและของที่ระลึก จากชั้นที่เดินขึ้นบันไดมังกรไปสู่ชั้นที่ 3 ที่ชั้นนี้มีซุ้มศาลาขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางภายในมีป้ายหินสีดำขนาดใหญ่เข้าใจว่าจะสลักเรื่องราวของพระองค์ไว้ และยังมีรูปปั้นเสนาอำมาตย์ทั้งบู๊และบุ๋น รูปปั้นช้างม้า ยืนเข้าแถวเรียงรายอยู่สองข้างคล้ายกำลังเข้าเฝ้าจักรพรรดิ ที่ชั้นนี้เป็นที่นิยมถ่ายภาพกันมาก

จากชั้นที่ 3 มีบันได้สองฝั่งซ้ายขวาทอดขึ้นสู่ชั้นที่ 4 คล้าย ๆ เป็นระเบียงยาวก่อนจะขึ้นบันไดไปสู่ชั้นที่ 5 อันเป็นพระราชสุสานอันโอ่อ่าสวยงามสำหรับฝังพระศพ ตัวพระราชสุสานนี้เป็นศิลปะผสมผสานยุโรปและจีนได้อย่างลงตัวคือมีลวดลายปูนปั้นแบบยุโรปผสมงานปูนปั้นลวดลายมังกรแบบจีนแม้จะผ่านกาลเวลามาเกือบ ๆ ร้อยปีก็ยังคงดูยิ่งใหญ่สง่างามมาก ๆ

เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในพระราชสุสานก็ต้องตื่นตาตื่นใจกับความงดงามของลวดลายประดับตั้งแต่ผนังไปจนถึงเพดานที่พื้นปูด้วยหินอ่อนสลับตารางส่วนผนังนั้นวิจิตรไปด้วยลวดลายดอกไม้จากกระเบื้องโมเสคสีสันสดใสดเต็มทั่วไปทุกผนังและเสาและที่มหัศจรรย์กว่าคือภาพวาดลวดลายมังกรในม่านเมฆบนเพดานนั้น เขาเล่าว่าช่างวาดต้องตั้งนั่งร้านขึ้นไปนอนหงายและใช้เท้าวาดซึ่งเขาก็ไม่ได้บอกว่าใช้เท้าจุ่มสีวาดเลยหรือใช้นิ้วเท้าหนีบภู่กันวาดกันแน่สาเหตุที่ต้องใช้การวาดพิสดารขนาดนั้นเพราะเชื่อว่าถ้าช่างวาดนั่งวาดเท้าจะห้อยลงมาถ้าจักรพรรดิเสด็จมาตรวจงานจะไม่เป็นการเหมาะสม

ตรงกลางจะมีแท่นบูชาประดิษฐานพระรูปจักรพรรดิ์ไคดิงห์

ด้านหลังแท่นบูชานี้จะเป็นห้องที่สวยงามอลังการมาก ๆ มีแท่นซ้อนกันเป็นชั้นขึ้นไปด้านบนประดิษฐานพระรูปหล่อด้วยบรอนซ์ของพระเจ้าไคดิงห์นั่งประทับบนพระราชอาสน์ซึ่งสั่งทำมาจากประเทศฝรั่งเศส เหนือพระราชอาสน์เป็นฉัตรสี่เหลี่ยมลวดลายสวยงามมากซ้อน ๆ กันขึ้นไปเป็นชั้น เมื่อพิจารณาดูให้ดีก็เห็นว่าลวดลายบนฉัตรเหลี่ยมและพู่ห้อยรอบ ๆ นั้นไม่ใช่ผ้าปักดิ้นแต่อย่างใด แต่เป็นเซรามิคฉลุลวดลายทั้งหมดสุดยอดมาก ๆ ถัดจากแท่นพระรูปหล่อด้านหลังจะมีบันไดเล็ก ๆ สำหรับขึ้นไปอีกชั้นส่วนนี้ปิดไว้ห้ามขึ้นแต่ก็พอจะมองเห็นแท่นบูชาขนาดใหญ่และซุ้มลวดลายวิจิตรที่อยู่ลึกเข้าไปได้ ซึ่งเข้าใจเอาเองว่าบนนั้นคือที่ฝังพระศพจริงแต่ก็มีบางคนบอกว่าพระศพฝังอยู่ใต้พระรูปหล่อลึกลงไป 8 เมตรก็ได้แต่คาดเดากันไป

สำหรับการเที่ยวชมพระราชสุสานไคดิงห์นั้นใช้วลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงก็พอเพียงแก่ชมและพิจรณาศิลปะการประดับตกแต่งรายละเอียดความสวยงามต่าง ๆ แล้ว ส่วนการแต่งกายเข้าชมสุสานต้องเป็นชุดสุภาพเท่านั้น