เที่ยวไปทั่วเวียดนาม ตอนที่ 8 Bana Hills Danang เมืองยุโรปแห่งเวียดนาม งามดุจดั่งดินแดนในเทพนิยาย

  • หน้าหลัก
  • บทความ
  • เที่ยวไปทั่วเวียดนาม ตอนที่ 8 Bana Hills Danang เมืองยุโรปแห่งเวียดนาม งามดุจดั่งดินแดนในเทพนิยาย
mascot

เที่ยวไปทั่วเวียดนาม ตอนที่ 8 Bana Hills Danang เมืองยุโรปแห่งเวียดนาม งามดุจดั่งดินแดนในเทพนิยาย

เที่ยวไปทั่วเวียดนาม ตอนที่ 8 Bana Hills Danang เมืองยุโรปแห่งเวียดนาม งามดุจดั่งดินแดนในเทพนิยาย

ออกจากเมืองมรดกโลกฮอยอันเราย้อนกลับมาที่เมืองดานังเพื่อจะไปบานาฮิลล์ ที่อยู่ห่างจากเมืองดานังไปประมาณ 40 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางนานราว ๆ 50 นาที บนยอดเขาบานานี้ ในอดีตเคยเป็นสถานที่พักตากอากาศของชาวฝรั่งเศสในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ราวปี ค.ศ. 1919 ต่อมาเมื่อสงครามสิ้นสุดลงฝรั่งเศสเป็นฝ่ายแพ้สงครามได้ถอนทัพกลับประเทศไป บานาฮิลล์ จึงถูกปล่อยทิ้งร้างมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งในปี ค.ศ. 2009 จึงได้มีการบูรณะพัฒนาให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันเลื่องชื่ออันดับต้น ๆ ของเวียดนาม

ไฮไลท์แรกของการมาเยือนที่นี่คือ การนั่งกระเช้าลอยฟ้าที่ได้รับการบันทึกลงใน World Record ว่าเป็นกระเช้าแบบเคเบิลเดี่ยวที่วิ่งต่อเนื่องโดยไม่ต้องหยุดแวะพัก ซึ่งมีความยาวและสูงที่สุดในโลกคือ ยาว 5,801 เมตร ความสูงจากฐานถึงยอด 1,368 เมตร ใช้สายเคเบิลที่ยาวและมีน้ำหนักรวมมากที่สุดในโลกอีกด้วย เราใช้เวลาลอยฟ้าประมาณ 50 นาทีจากสถานีต้นทางถึง บานา ฮิลล์ เฟรนช์วิลเลจ ซึ่งถ้าเราพักที่นี่ก็จะได้นั่งกระเช้าส่วนตัวที่บริการเฉพาะแขกพักโรงแรมไม่ต้องต่อรอคิวยาวปะปนกับนักท่องเที่ยวทั่วไป  เมื่ออยู่กระเช้าเราจะสามารถเห็นวิวรอบด้าน 360 องศา มองเห็นเวิ้งอ่าวทะเล ตัวเมืองดานัง ทิวเขาสลับซับซ้อน ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์

กระเช้าลอยผ่านเหนือน้ำตกที่ไหลลงมาตามผาหินสวยงามมาก

เมื่อขึ้นมาถึงเราก็พบกับความครึกครื้นเต็มไปด้วยสีสัน บรรดานักท่องเที่ยวนานาชาติเดินเล่น ถ่ายรูปกันขวักไขว่ มีกิจกรรมการแสดงต่าง ๆ ให้ชมมากมาย เดินไปตามถนนที่ปูด้วยหินลัดเลาะท่ามกลางหมู่ปราสาทและอาคารแบบยุโรปโบราณที่แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ดอกไม้สวยงามมองไปทางไหนก็ชวนให้ยกกล้องบันทึกไปเสียทุกมุม

ใครชอบความสนุกต้องตรงไปยัง  Fantasy Park สวนสนุกที่มีเครื่องเล่นมากมายสำหรับทุกเพศทุกวัย เครื่องเล่นที่คนให้ความสนใจและนิยมเล่น รอต่อคิวกันยาวมากคือ Tower Drop ยิ่งอยู่ในร่มยิ่งทำให้ดูยิ่งใหญ่ ด้วยความสูงถึง 29 เมตร ไฮไลท์อยู่ที่ตอนขึ้นไปจุดสูงสุด ก่อนที่จะทิ้งตัวลงมาอย่างรวดเร็ว อีกทั้งด้านบนของหอคอยยังเป็นโดมหลังคาแก้วที่มองเห็นวิวได้ซึ่งคงไม่มีใครดูวิวแน่นอนเพราะมัวหลับตากรี๊ดด้วยความเสียวกันอย่างเดียว

Alpine Coaster เป็นเครื่องเล่นอีกชนิดหนึ่งที่มีคนเข้าแถวรอยาวมาก หน้าตาเหมือนรถไฟเหาะ เป็นเครื่องเล่นที่แอบหวาดเสียวนิด ๆ เพราะผู้เล่นสามารถควบคุมความเร็วได้ด้วยตัวเอง ดังนั้นจะเสียวมากเสียวน้อยขึ้นอยู่กับความเร็วของเรา แต่ปลอดภัยแน่นอนเพราะเป็นรถที่วิ่งอยู่บนรางและมีเข็มขัดนิรภัย ซึ่งไฮไลท์ของเครื่องเล่นนี้คือ ระหว่างที่รถเคลื่อนตัวไปตามรางเราจะสามารถชมวิวแบบ 360 องศาของหุบเขาบานาฮิลล์ได้ด้วย

เมื่อสนุกสนานเหน็ดเหนื่อยกันเรียบร้อยแล้วท้องเริ่มร้องจ๊อก ๆ ที่นี่มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ให้เลือกหลากหลายบรรยากาศ ตกแต่งสวยทุกร้าน มีทั้งร้านอาหารเวียดนาม เม็กซิกัน ญี่ปุ่น อาหารไทย พิซซ่า บุฟเฟ่ต์นานาชาติ ใครเป็นคอเบียร์ก็มีโรงเบียร์ที่มีเบียร์ให้เลือกอย่างจุใจ  ส่วนบริเวณรอบนอกมีซุ้มขายเครื่องดื่ม snack, BBQ กระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ ทั่วไป

บานา ฮิลล์ มีที่พักอยู่เพียงแห่งเดียวคือ โรงแรม Mercure Danang French Village ตัวโรงแรมสร้างเลียนแบบปราสาทบนยอดเขา แบ่งออกเป็นหลายอาคาร ห้องพักมีหลายรูปแบบและราคาให้เลือก ลูกค้าของโรงแรมจะได้สิทธิพิเศษนั่งกระเช้าลอยฟ้าส่วนตัวทั้งไปและกลับ ว่ายน้ำในสระสวยระบบจากุชชี่ และเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุก พร้อมอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์นานาชาติอีก 1 มื้อ ขอแนะนำให้มาพักสัก 1 คืนเพื่อดื่มด่ำบรรยากาศให้เต็มอิ่มครบทุกช่วงเวลา เราจะได้เป็นผู้ครอบครองดินแดนเทพนิยายนี้ทั้งหมดในยามที่ปราศจากนักท่องเที่ยว

ห้องพักตกแต่งย้อนยุคสวยงามน่านอน อุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายครบครัน

แสงแดดยามเย็นกระทบกับหมู่ตึกโบราณดูสวยไปอีกแบบยามมองออกไปจากหน้าต่างห้องพักซึ่งแต่ละโซนก็จะเห็นวิวแตกต่างกันไป เป็นโรงแรมที่ห้องพักถูกจองล่วงหน้ามาเต็มทุกวันตลอดทั้งปี

สระว่ายน้ำในร่มสวยงามด้วยการออกแบบให้คล้ายกับอยู่ในวิหารเทพในถ้ำใต้ทะเล

บรรยากาศยามค่ำคืนราวกับหลุดเข้าไปในเทพนิยาย แสงไฟที่ประดับไปตามอาคารโบราณ สายหมอกที่ถูกลมพัดลอยเป็นสายบางเบา ยิ่งทำให้ดูสวยซึ้งชวนให้จินตนาการไปถึงนิทานเจ้าชายเจ้าหญิงที่เคยอ่านสมัยเด็ก ๆ

บานาฮิลล์ ยามเช้าอากาศดีมากเย็นสบายมีหมอกลงปกคลุมเหมือนเรากำลังท่องเที่ยวยุโรปจริง ๆ พอสายหมอกเริ่มหายท้องฟ้าเป็นสีฟ้าสดใส

เราสามารถนั่งกระเช้าลงมาเดินและถ่ายภาพ Golden Bridge ที่มีจุดเด่นคือมือขนาดใหญ่ที่เหมือนกำลังรองรับตัวสะพานที่ทอดโค้งไปตามภูเขาได้โดยไม่มีนักท่องเที่ยวมายืนอออยู่บนสะพานให้เสียทัศนียภาพ

ชมดอกไม้สวยในสวนสไตล์ยุโรป Le Jadin d’ámour ที่มีฉากหลังเป็นทะเลหมอก ทิวเขาและเวิ้งอ่าวทะเลราวกับได้ไปเดินในสวนดอกไม้ที่ฝรั่งเศสจริง ๆ

สวนดอกไม้สไตล์ยุโรปจะถูกจัดใหม่เปลี่ยนรูปแบบดอกไม้ไปเรื่อย ๆ ตามช่วงเวลาและฤดูกาล

ลัดเลาะตามทางไปยังอารามและศาสนสถานแบบจีน นมัสการพระศากยะมุนีพระพุทธรูปสีขาวองค์ใหญ่บนยอดเขา จากนั้นเดินลัดเลาะไปยังหอคอยทรงเก๋งจีนซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดเป็นที่ ที่สามารถมองเห็น บานาฮิลล์ เฟรนช์วิลเลจ และทิวทัศน์รอบ ๆ ได้แบบพานอรามาเลยทีเดียว

นอกจากจะมีวัดพุทธแบบจีนแล้ว ที่นี่ยังมีโบสถ์คริสต์ด้วยสวยงามมาก

หลังจากชมวิวทิวทัศน์ถ่ายภาพแล้วก็ถึงเวลานั่งกระเช้ากลับขึ้นไปยังโรงแรมเพื่อรับประทานอาหารเช้า คืนห้องและเตรียมตัวนั่งกระเช้าลงเขาในขณะที่กองทัพนักท่องเที่ยวกำลังลอยฟ้าขึ้นมาอย่างไม่ขาดสาย ลาก่อน บานาฮิลล์ เมืองยุโรปที่ไม่ต้องไปไกลถึงยุโรป